
โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree) เป็นหอส่งสัญญาณที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นแลนด์มาร์กที่โดดเด่นของกรุงโตเกียว ตั้งอยู่ในเขตอนาคุโบะ ห่างจากใจกลางเมืองเพียงไม่กี่กิโลเมตร โตเกียวสกายทรีเปิดให้บริการในปี 2012 โดยมีความสูงถึง 634 เมตร นอกจากจะเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นแล้ว ยังเป็นจุดท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด
การเดินทางไปยังโตเกียวสกายทรีสามารถทำได้ง่ายๆ โดยใช้รถไฟใต้ดิน ให้คุณนั่งสายโตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree Line) มาลงที่สถานีโตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree Station) ซึ่งอยู่ใกล้กับตัวหอ โดยใช้เวลาเดินทางจากสถานีโตเกียวประมาณ 30-40 นาที นอกจากนี้ยังมีบริการรถบัสและแท็กซี่ให้บริการอีกด้วย
เวลาเปิดทำการของโตเกียวสกายทรีคือ 8:00 – 22:00 น. โดยจะมีการจำหน่ายบัตรเข้าชมที่ชั้นล่างของอาคาร ซึ่งแนะนำให้ซื้อล่วงหน้า หรือจองออนไลน์ เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดในวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยปกติราคาบัตรเข้าชมจะอยู่ที่ประมาณ 2,100 เยนสำหรับผู้ใหญ่ และ 1,500 เยนสำหรับเด็ก ส่วนผู้สูงอายุจะมีราคาพิเศษ
เมื่อขึ้นไปยังจุดชมวิวที่ชั้น 350 และ 450 เมตร คุณจะได้สัมผัสกับวิวที่น่าตื่นตาตื่นใจของเมืองโตเกียวจากมุมสูง สามารถมองเห็นแลนด์มาร์กสำคัญต่างๆ เช่น พระราชวังอิมพีเรียล, เขตชินจูกุ, และแม่น้ำซูมิดะ นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่และร้านขายของที่ระลึกอยู่ภายในหอ ทำให้คุณสามารถใช้เวลาชมวิวและซื้อของที่ระลึกได้อย่างเต็มที่
สำหรับการวางแผนการเดินทางไปโตเกียวสกายทรี ควรพิจารณาช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเดินทาง โดยฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด เนื่องจากอากาศจะเย็นสบายและมีทิวทัศน์ที่สวยงาม แต่หากคุณต้องการเห็นการประดับไฟในช่วงฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำเช่นกัน
โดยรวมแล้วโตเกียวสกายทรีเป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนโตเกียว ไม่ว่าจะเป็นการชมวิว การถ่ายภาพ หรือการลิ้มลองอาหารที่ร้านค้าต่างๆ ภายในหอ ทำให้โตเกียวสกายทรีเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการใช้เวลาพักผ่อนและสร้างความทรงจำที่ดีในญี่ปุ่น.
ที่มา: TongJourney Editorial
#ท่องเที่ยว #เอเชีย #คู่มือเที่ยว