
ฤดูซากุระในดูไบเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นตาตื่นใจ สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสกับความสวยงามของดอกซากุระในบรรยากาศที่แตกต่างจากประเทศญี่ปุ่น ในช่วงเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน ดอกซากุระจะเริ่มบานสะพรั่งในสวนสาธารณะและพื้นที่เปิดโล่งต่างๆ ในดูไบ ทำให้เป็นโอกาสที่ดีในการเที่ยวชมความงามของเมืองนี้ในช่วงฤดูกาลที่มีสีสันและอากาศที่สดชื่น
การเดินทางไปดูไบในช่วงฤดูซากุระสามารถทำได้ง่าย โดยสามารถบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปยังสนามบินนานาชาติดูไบ ซึ่งใช้เวลาไม่เกิน 6 ชั่วโมง และเมื่อถึงที่นั่น คุณจะต้องมีวีซ่าท่องเที่ยวซึ่งสามารถขอได้จากทางสายการบินหรือที่สถานทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในประเทศไทย สำหรับค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าเครื่องบินไปกลับจะอยู่ที่ประมาณ 15,000-25,000 บาท ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและโปรโมชั่นของสายการบิน
เมื่อเดินทางถึงดูไบแล้ว อย่าลืมไปเยี่ยมชมสวนซากุระที่มีชื่อเสียงอย่าง Dubai Miracle Garden ซึ่งเป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ที่มีการจัดแสดงดอกไม้นานาพรรณรวมถึงดอกซากุระที่สวยงาม นอกจากนี้ยังมีมุมลับอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น สวน Al Ain Oasis ที่ตั้งอยู่ห่างจากดูไบไปประมาณ 1.5 ชั่วโมง โดยสวนนี้มีความเงียบสงบและมีบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ คุณสามารถเดินชมซากุระในบรรยากาศที่ไม่วุ่นวายได้
อีกหนึ่งมุมลับที่ควรไปคือ Dubai Creek ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความสงบและให้คุณได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวดูไบ ในช่วงฤดูซากุระ ดอกซากุระจะบานสะพรั่งบริเวณริมแม่น้ำ คุณสามารถนั่งเรือ abra เพื่อแล่นไปยังอีกฝั่งของแม่น้ำและชมความงามของดอกซากุระได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีตลาดดั้งเดิมที่เรียกว่า Souk ที่คุณสามารถเดินชมและเลือกซื้อของฝากกลับบ้านได้
การเดินทางในดูไบค่อนข้างสะดวกสบาย โดยมีระบบขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพ เช่น รถไฟฟ้าและรถบัส ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย สำหรับการใช้จ่ายในดูไบ โดยเฉลี่ยแล้ว ค่าใช้จ่ายต่อวันรวมอาหารและค่าที่พักจะอยู่ที่ประมาณ 1,500-2,500 บาท ขึ้นอยู่กับระดับของที่พักที่เลือก
ฤดูซากุระในดูไบไม่เพียงแต่จะทำให้คุณได้เห็นความงามของดอกไม้ แต่ยังเป็นโอกาสในการสัมผัสกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวดูไบด้วย การวางแผนทริปในช่วงนี้จะทำให้คุณได้รับประสบการณ์ที่น่าจดจำและไม่เหมือนใครในเมืองที่เต็มไปด้วยความหลากหลายอย่างดูไบ
ที่มา: TongJourney Editorial
#ท่องเที่ยว #เอเชีย #คู่มือเที่ยว