
จางเจียเจี้ย (Zhangjiajie) เป็นหนึ่งในปลายทางท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในประเทศจีน โดยเฉพาะในช่วงฤดูซากุระที่บานสะพรั่งระหว่างเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน ซึ่งมอบบรรยากาศที่งดงามและน่าตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน ที่นี่ไม่เพียงแต่มีทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขาและธรรมชาติ แต่ยังมีมุมลับที่น่าสนใจให้คุณได้สัมผัสอีกด้วย ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปค้นพบมุมลับในจางเจียเจี้ยในช่วงฤดูซากุระ พร้อมแนะนำวิธีการเดินทางและข้อมูลที่ควรรู้
เริ่มต้นการเดินทางของคุณจากกรุงเทพฯ ที่มีเที่ยวบินตรงไปยังเมืองจางเจียเจี้ย ซึ่งใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง เมื่อถึงสนามบินจางเจียเจี้ย คุณสามารถเดินทางไปยังที่พักได้อย่างสะดวกสบาย โดยมีรถแท็กซี่หรือรถบัสบริการให้เลือก ทั้งนี้ ควรจองที่พักล่วงหน้าเนื่องจากช่วงฤดูซากุระเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่พักในเมืองจางเจียเจี้ยมีหลายระดับราคา ตั้งแต่โฮสเทลราคาประหยัดไปจนถึงโรงแรมหรู คุณสามารถเลือกรูปแบบที่เหมาะกับงบประมาณของคุณ
เมื่อคุณตั้งตัวในจางเจียเจี้ยแล้ว อย่าลืมไปเยือนสวนสาธารณะจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie National Forest Park) ซึ่งเป็นจุดชมซากุระที่ดีที่สุดในพื้นที่ แน่นอนว่าคุณจะได้พบกับความงดงามของดอกซากุระที่บานสะพรั่ง บวกกับวิวทิวทัศน์ของยอดเขาที่สูงตระหง่าน นอกจากนี้ ยังมีมุมลับของสวนสาธารณะที่เรียกว่า “Wulingyuan Scenic Area” ซึ่งเป็นแหล่งรวมของธรรมชาติอันสวยงามและซากุระในบรรยากาศที่เงียบสงบ ควรเดินทางไปช่วงเช้าหรือเย็นเพื่อลดความร้อน และสามารถถ่ายรูปได้อย่างสวยงาม
นอกจากการชมซากุระแล้ว คุณยังสามารถสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวที่หลากหลาย เช่น การเดินป่าในเส้นทางที่มีความท้าทาย การขึ้นกระเช้าลอยฟ้าเพื่อชมวิวจากมุมสูง หรือแม้แต่การเดินเล่นบนสะพานแก้วที่ยาวที่สุดในโลก ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสกับความสวยงามของธรรมชาติจากมุมใหม่ ๆ การเดินทางในจางเจียเจี้ยจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3-4 วัน เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับทุกความงดงามและมุมลับที่น่าสนใจอย่างเต็มที่
สุดท้ายนี้ อย่าลืมเตรียมกล้องถ่ายรูปให้พร้อม เพื่อเก็บภาพความทรงจำที่สวยงามในช่วงฤดูซากุระที่จางเจียเจี้ย เพราะทุกมุมของที่นี่ล้วนมีเสน่ห์และความงดงามที่รอให้คุณค้นพบ
ที่มา: TongJourney Editorial
#ท่องเที่ยว #เอเชีย #คู่มือเที่ยว