
นาราเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่น่าสนใจ ในขณะที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมุ่งหน้าไปที่เกียวโตหรือโอซาก้า แต่ที่นาราก็มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่รอให้คุณไปค้นพบ โดยเฉพาะมุมลับที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก การวางแผนทริปนาราในงบประมาณที่จำกัดจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนไทยที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ
การเดินทางไปนารานั้นสะดวกมาก สามารถนั่งรถไฟจากโอซาก้าเพียงแค่ 45 นาที หรือจากเกียวโตประมาณ 35 นาที โดยค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 800 เยน (ประมาณ 250 บาท) สำหรับรถไฟ JR ซึ่งเป็นการเดินทางที่คุ้มค่าที่สุด นอกจากนี้ยังสามารถใช้บัตร IC เช่น ICOCA หรือ Suica เพื่อความสะดวกในการเดินทางอีกด้วย
เมื่อถึงนาราแล้ว คุณจะพบกับสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด เช่น วัดโทไดจิ (Todai-ji) ที่เป็นที่ประดิษฐานพระใหญ่ไดบุตสึ (Great Buddha) ซึ่งมีความสูงถึง 15 เมตร แต่หากคุณต้องการค้นพบมุมลับ คุณควรไปที่สวนสาธารณะนารา (Nara Park) ซึ่งมีความเงียบสงบและมีโอกาสได้พบกับกวางนาราที่เดินไปมาอย่างอิสระ ที่นี่คุณสามารถนั่งทำสมาธิ หรือเดินเล่นชมธรรมชาติได้อย่างสบาย
อีกหนึ่งมุมลับที่น่าสนใจคือย่านนาราโคจิ (Naramachi) ซึ่งเป็นย่านเก่าที่มีบรรยากาศแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม มีบ้านไม้โบราณและร้านค้าเล็กๆ ให้คุณได้เลือกซื้อของฝากและสินค้างานฝีมือท้องถิ่น ที่นี่คุณจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างแท้จริง และยังมีร้านอาหารท้องถิ่นที่ราคาไม่แพงให้คุณได้ลองชิม เช่น ราเมนหรือซูชิ
สำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนในงบประมาณที่จำกัด นารายังมีโฮสเทลและเรียวกังราคาย่อมเยาที่ให้บริการในราคาเริ่มต้นประมาณ 3,000 เยน (ประมาณ 900 บาท) ต่อคืน นอกจากนี้ยังมีร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตที่สามารถหาซื้ออาหารราคาถูกได้ ทำให้คุณสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น
ฤดูกาลที่เหมาะแก่การเยือนนาราคือฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) เพราะอากาศจะไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป และคุณจะได้เห็นความงดงามของดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง
สรุปแล้ว นาราเป็นเมืองที่มีเสน่ห์มากมายและมุมลับที่รอให้คุณไปค้นหา การวางแผนทริปในงบประมาณที่เหมาะสมสามารถทำให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ที่น่าจดจำในญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
ที่มา: TongJourney Editorial
#ท่องเที่ยว #เอเชีย #คู่มือเที่ยว