
แคนดี้ (Kandy) เป็นหนึ่งในเมืองที่มีชื่อเสียงที่สุดในศรีลังกา โดยเฉพาะในช่วงฤดูซากุระที่ดอกซากุระจะบานสะพรั่งทั่วเมือง ซึ่งทำให้เกิดความสวยงามที่น่าหลงใหล ในการเดินทางไปแคนดี้นั้น คนไทยสามารถเข้าศรีลังกาได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้าเป็นระยะเวลา 30 วัน เพียงแค่มีหนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานเหลือ 6 เดือนและตั๋วเครื่องบินขาออก นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องแสดงหลักฐานการจองที่พักและเงินเพียงพอสำหรับการใช้จ่ายในระหว่างการเดินทาง การเดินทางไปแคนดี้สามารถทำได้โดยการบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปยังโคลัมโบ แล้วต่อรถบัสหรือรถไฟไปยังแคนดี้ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง
ฤดูซากุระในแคนดี้จะอยู่ระหว่างเดือนมีนาคมถึงเมษายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชม เนื่องจากอากาศจะเย็นสบาย และดอกซากุระจะบานเต็มที่ ทำให้บรรยากาศโดยรอบเมืองเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่น ๆ ที่สามารถไปเยี่ยมชมได้ในช่วงนี้ เช่น วัดพระเขี้ยวแก้ว (Temple of the Tooth) ซึ่งเป็นวัดที่มีความสำคัญทางศาสนาและวัฒนธรรมของศรีลังกา และสวนพฤกษศาสตร์พีเพอราม (Peradeniya Botanical Gardens) ที่มีความหลากหลายของพืชพรรณและดอกไม้ที่สวยงาม
นอกจากสถานที่หลัก ๆ ที่กล่าวถึงแล้ว แคนดี้ยังมีมุมลับที่น่าสนใจซึ่งไม่ควรพลาด เช่น เส้นทางเดินป่าผ่านป่าเขียวขจีที่มีทิวทัศน์สวยงาม และแหล่งน้ำตกที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากความวุ่นวาย โดยสามารถค้นหาได้จากการสอบถามชาวบ้านหรือทัวร์พื้นเมืองที่มีความเชี่ยวชาญในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีตลาดท้องถิ่นที่มีของฝากและอาหารที่หลากหลายให้เลือกซื้อ เช่น ชาเซลอนที่มีชื่อเสียง และขนมหวานท้องถิ่นที่ไม่ควรพลาดอีกด้วย
สำหรับงบประมาณในการเดินทางไปแคนดี้นั้น ควรเตรียมเงินประมาณ 20,000-30,000 บาท ต่อคน สำหรับการพักผ่อน 4-5 วัน โดยรวมค่าใช้จ่ายในการเดินทาง อาหาร และที่พักที่สามารถเลือกได้ตามงบประมาณ ตั้งแต่โฮสเทลจนถึงโรงแรมหรู โดยแนะนำให้จองที่พักล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ เพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุดและความสะดวกในการเดินทางในช่วงฤดูท่องเที่ยวนี้
การเดินทางและการสำรวจมุมลับในแคนดี้ในช่วงฤดูซากุระจะเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ พร้อมทั้งได้สัมผัสวัฒนธรรมและธรรมชาติที่สวยงามของศรีลังกา
การเดินทางในแคนดี้มีความสะดวกสบาย สามารถใช้บริการรถมอเตอร์ไซค์เช่า หรือรถตุ๊กตุ๊กที่มีให้บริการแล้วตามจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ เพื่อความสะดวกในการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ
ที่มา: TongJourney Editorial
#ท่องเที่ยว #เอเชีย #คู่มือเที่ยว