
เกาะเชจู (Jeju) เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวเกาหลีและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะคนไทยที่ชื่นชอบการเดินทางไปสัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงามและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าสนใจ ในคู่มือเที่ยวเชจูนี้ เราจะพาคุณไปสำรวจมุมลับที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก เพื่อให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างจากการท่องเที่ยวในที่ที่มีคนพลุกพล่าน
เริ่มต้นด้วยการไปที่ “ฮัลลาซาน” (Hallasan) ภูเขาที่สูงที่สุดในเกาหลีใต้ ตั้งอยู่ใจกลางเกาะเชจู ที่นี่คุณจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่บริสุทธิ์และวิวทิวทัศน์ที่งดงาม โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ดอกไม้บานสะพรั่ง นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินป่าที่เหมาะสำหรับนักเดินทางที่ชื่นชอบการผจญภัยและต้องการสัมผัสกับอากาศบริสุทธิ์
อีกหนึ่งมุมลับที่ไม่ควรพลาดคือ “น้ำตกจินกุก” (Jinjeong Waterfall) ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะ น้ำตกนี้มีบรรยากาศเงียบสงบและไม่พลุกพล่าน เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การพักผ่อนและถ่ายรูป นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเดินที่นำคุณไปสู่น้ำตกที่มีความสวยงามและเป็นธรรมชาติที่แท้จริง
สำหรับการเดินทางไปเชจูนั้น คุณสามารถบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปยังสนามบินเชจูได้อย่างสะดวกสบาย ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 6-7 ชั่วโมง โดยสายการบินที่ให้บริการมีหลากหลาย เช่น Korean Air, Jeju Air เป็นต้น สำหรับวีซ่า นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเดินทางเข้าสู่ประเทศเกาหลีใต้ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าสำหรับการท่องเที่ยวไม่เกิน 90 วัน
ในเรื่องของงบประมาณ การท่องเที่ยวในเชจูถือว่าค่อนข้างเข้าถึงได้ง่าย คุณสามารถหาที่พักในราคาประหยัดได้ตั้งแต่ 1,000-2,500 บาทต่อคืน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและสถานที่ตั้งของที่พัก ในการเดินทางภายในเกาะเชจู คุณสามารถเช่ารถหรือใช้บริการรถบัสที่มีให้บริการอย่างสะดวกสบาย
สุดท้ายนี้ หากคุณกำลังวางแผนที่จะไปเที่ยวเชจู อย่าลืมไปสัมผัสกับวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น การลองชิมอาหารทะเลสดใหม่ที่ตลาดเชจูหรือเข้าร่วมกิจกรรมการทำน้ำมันมะกอกท้องถิ่น เพื่อให้คุณได้ประสบการณ์ที่ครบถ้วน โดยรวมแล้ว เชจูเป็นเกาะที่มีเสน่ห์และมุมลับที่น่าสำรวจอย่างแท้จริง ทำให้คุณไม่ต้องไปตามรอยนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ที่สำคัญคืออย่าลืมวางแผนการเดินทางล่วงหน้าเพื่อให้ทริปของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น
ที่มา: TongJourney Editorial
#ท่องเที่ยว #เอเชีย #คู่มือเที่ยว