
ฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม โดยเฉพาะที่ย่านเมืองเก่า (Old Quarter) ที่เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยว ย่านนี้มีอายุกว่าร้อยปีและมีลักษณะเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ย่านเมืองเก่าถือเป็นศูนย์กลางที่มีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยบ้านเรือนสไตล์โคโลเนียล ร้านค้าเก่าแก่ และถนนหนทางที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา รวมถึงมุมลับที่รอให้คุณได้ค้นพบ
การเดินทางมายังฮานอยนั้นทำได้ง่าย โดยสามารถบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปยังสนามบินนานาชาติ Noi Bai ใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง เมื่อถึงสนามบินแล้วสามารถใช้บริการแท็กซี่หรือรถบัสสาธารณะเข้าสู่ตัวเมืองได้ โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายในการเดินทางภายในเมืองไม่สูงนัก สำหรับการใช้บริการแท็กซี่ ค่าใช้จ่ายประมาณ 200,000 – 300,000 ดง (ประมาณ 300 – 450 บาท) ขึ้นอยู่กับระยะทาง
ในย่านเมืองเก่า คุณสามารถเดินสำรวจได้ด้วยตัวเอง โดยเริ่มจากถนน Hang Gai ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านค้าขายผ้าไหม และร้านขายของที่ระลึกที่มีเอกลักษณ์ คุณสามารถลองชิมอาหารเวียดนามอร่อยๆ เช่น เฝอ (Phở) และบานมี (Bánh mì) ได้ที่ร้านอาหารท้องถิ่นที่มีอยู่ทั่วไปในย่านนี้ นอกจากนั้น หากคุณต้องการสัมผัสมุมลับที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวไปถึง ขอแนะนำให้เดินไปที่ถนน Hang Bac ซึ่งมีร้านค้าหลายร้านที่ขายเครื่องประดับและของขวัญที่ทำด้วยมือ
อีกหนึ่งมุมลับที่น่าสนใจคือ โบสถ์เซนต์โจเซฟ (St. Joseph’s Cathedral) ที่ตั้งอยู่ใกล้ย่านเมืองเก่า ซึ่งเป็นโบสถ์สไตล์โกธิคที่สวยงามมาก คุณสามารถนั่งพักผ่อนในสวนสาธารณะรอบๆ หรือถ่ายภาพกับโบสถ์ได้ นอกจากนี้ยังมีตลาด Dong Xuan ที่เป็นตลาดใหญ่ที่สุดในฮานอย ซึ่งคุณสามารถหาซื้อสินค้าท้องถิ่นและของฝากได้อีกด้วย
สำหรับการวางแผนทริป จะขอแนะนำให้มาในช่วงฤดูใบไม้ผลิระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม หรือฤดูใบไม้ร่วงระหว่างเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน เพราะอากาศจะเย็นสบายและเหมาะแก่การเดินสำรวจย่านเมืองเก่าอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่างๆ ที่มีการจัดงานเฉลิมฉลองในย่านนี้ คุณจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด
ด้วยงบประมาณการเดินทางที่ไม่สูงมาก การสำรวจย่านเมืองเก่าในฮานอยจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนไทยที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ในเวียดนาม
ที่มา: TongJourney Editorial
#ท่องเที่ยว #เอเชีย #คู่มือเที่ยว