
ปาล์มจูเมราห์ (Palm Jumeirah) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดในดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมีรูปทรงคล้ายต้นปาล์มที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นเกาะเทียมในอ่าวเปอร์เซีย นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงได้โดยการเดินทางโดยรถยนต์หรือรถไฟใต้ดินที่มีสถานีอยู่ใกล้เคียง การเดินทางจากสนามบินนานาชาติดูไบใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที โดยรถแท็กซี่หรือบริการรถเช่า ราคาประมาณ 100-150 AED (ประมาณ 800-1,200 บาท) ขึ้นอยู่กับสถานที่เริ่มต้นของคุณ
ปาล์มจูเมราห์เป็นที่ตั้งของรีสอร์ทหรูหราหลายแห่ง เช่น Atlantis, The Palm ซึ่งมีทั้งสวนน้ำและอควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารที่มีชื่อเสียงและห้างสรรพสินค้าสำหรับนักช้อป ซึ่งทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสมสำหรับการพักผ่อนและสนุกสนานในเวลาเดียวกัน คุณสามารถเดินชมวิวที่ Walk at the Palm ซึ่งมีร้านค้าและคาเฟ่มากมายให้เลือกสรร
เมื่อพูดถึงงบประมาณในการเดินทาง คนไทยสามารถวางแผนใช้จ่ายได้ตามความเหมาะสม โดยค่าใช้จ่ายทั่วไปที่ควรพิจารณามีดังนี้ ค่าที่พักในระดับกลางอยู่ที่ประมาณ 200-400 AED (ประมาณ 1,600-3,200 บาท) ต่อคืน ค่าทานอาหารสำหรับมื้อเย็นในร้านอาหารระดับกลางอยู่ที่ประมาณ 100-200 AED (ประมาณ 800-1,600 บาท) ต่อคน และค่าตั๋วเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ประมาณ 150-300 AED (ประมาณ 1,200-2,400 บาท) ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่คุณเลือกไปชม
ฤดูกาลที่ดีที่สุดในการเยือนปาล์มจูเมราห์คือช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม ซึ่งอากาศจะเย็นสบาย เหมาะสำหรับการทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การเดินเล่นที่ชายหาดหรือการเข้าร่วมกิจกรรมทางน้ำ ในช่วงฤดูร้อนตั้งแต่เดือนเมษายนถึงตุลาคม อุณหภูมิอาจสูงถึง 40 องศาเซลเซียส ทำให้การเดินทางในช่วงนี้อาจไม่สะดวกสบายเท่าไหร่
อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจของปาล์มจูเมราห์คือการชมวิวจากมุมสูงที่ The View at The Palm ซึ่งอยู่ที่ความสูง 240 เมตร นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวอ่าวเปอร์เซียและเส้นขอบฟ้าของดูไบได้อย่างชัดเจน ถ้าคุณมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่นี่ อย่าลืมพกกล้องไปถ่ายรูปเก็บความทรงจำที่สวยงามกันนะครับ
ที่มา: TongJourney Editorial
#ท่องเที่ยว #เอเชีย #คู่มือเที่ยว