สวนหยู — มุมลับแห่งเซี่ยงไฮ้
Photo: Vind 🌙 / Pexels

สวนหยู หรือ สวนหยวน (Yu Garden) เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน สวนแห่งนี้มีความงดงามและเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ที่ย้อนกลับไปถึงช่วงราชวงศ์หมิง (Ming Dynasty) ในปี ค.ศ. 1559 โดยถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับเจ้าขุนมูลนายและครอบครัว ซึ่งในปัจจุบัน สวนหยูได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาเยือน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศไทยที่มักจะวางแผนทริปมาเซี่ยงไฮ้อย่างต่อเนื่อง

เมื่อคุณเดินทางไปยังสวนหยู คุณสามารถใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินสาย 10 หรือ 14 และลงที่สถานี Yuyuan Garden Station ซึ่งอยู่ห่างจากสวนเพียงไม่กี่นาที เดินทางง่ายและสะดวกสบาย นอกจากนี้ การเข้าชมสวนมีค่าใช้จ่ายประมาณ 40 หยวน (ประมาณ 200 บาท) และควรตรวจสอบเวลาทำการล่วงหน้า เพราะสวนจะเปิดตั้งแต่ 8.30 น. ถึง 17.30 น. โดยในช่วงเทศกาลหรือวันหยุดอาจมีผู้เข้าชมจำนวนมาก จึงแนะนำให้ไปในช่วงเช้าเพื่อหลีกเลี่ยงการแออัด

สวนหยูมีความหลากหลายของสถาปัตยกรรมจีนโบราณ ที่ประดับไปด้วยสระน้ำ น้ำตก และสวนดอกไม้ที่สวยงาม คุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่สงบสุขและเพลิดเพลินไปกับความงามของธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีมุมลับที่น่าสนใจ เช่น พื้นที่ที่มีการจัดแสดงงานศิลปะและวัตถุโบราณที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ รวมถึงร้านค้าขายของที่ระลึกที่สามารถหาซื้อของฝากกลับบ้านได้

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยือนสวนหยู เนื่องจากอากาศจะเย็นสบายและดอกไม้จะบานสะพรั่ง สร้างบรรยากาศที่สวยงามและน่าจดจำ นอกจากนี้ยังมีการจัดงานเทศกาลต่างๆ ที่จัดขึ้นในสวนในช่วงเวลานี้ ซึ่งคุณจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมจีนอย่างใกล้ชิด

เมื่อคุณเยือนสวนหยู อย่าลืมเดินไปยังสะพานหินโค้งที่มีชื่อว่า “สะพานหินมังกร” ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเด่นของสวน และสามารถถ่ายภาพสวยๆ ได้จากมุมนี้ นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงการเล่นเซี่ยงไฮ้ที่เรียกว่า “การแสดงดนตรีจีน” ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสกับศิลปวัฒนธรรมที่น่าหลงใหลของจีนอีกด้วย

สวนหยูเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและสัมผัสกับความงามของวัฒนธรรมจีนในเมืองเซี่ยงไฮ้ ดังนั้น หากคุณมีแผนที่จะเดินทางไปเซี่ยงไฮ้ อย่าลืมที่จะรวมสวนหยูไว้ในลิสต์การเดินทางของคุณ เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับมุมลับและความงดงามที่ไม่ควรพลาดนี้

ที่มา: TongJourney Editorial

#ท่องเที่ยว #เอเชีย #คู่มือเที่ยว