ปราสาทฮิโรชิมะ: มุมลับที่คุณไม่ควรพลาด
Photo: Hoi Wai / Pexels

ปราสาทฮิโรชิมะ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ฮิโรชิมะ-jo” เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่สำคัญของเมืองฮิโรชิมะ ประเทศญี่ปุ่น โดยสร้างขึ้นในปี 1589 โดยโทโยโตมิ ฮิเดโยชิ ปราสาทนี้มีความสำคัญในด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของญี่ปุ่น แต่ที่สำคัญกว่าคือ มันยังเป็นสัญลักษณ์แห่งการฟื้นฟูหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเมืองฮิโรชิมะเคยถูกทำลายจากระเบิดนิวเคลียร์ในปี 1945 นอกจากนี้ ปราสาทยังมีมุมลับที่น่าสนใจซึ่งมักถูกมองข้ามโดยนักท่องเที่ยวทั่วไป

การเดินทางไปยังปราสาทฮิโรชิมะสามารถทำได้ง่ายๆ โดยใช้ระบบขนส่งสาธารณะของญี่ปุ่น คุณสามารถนั่งรถไฟ JR Sanyo Line มายังสถานีฮิโรชิมะ จากนั้นต่อรถรางสาย 1 หรือ 2 มาลงที่สถานี “ปราสาทฮิโรชิมะ” ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาทีจากสนามบินนานาชาติฮิโรชิมะ ค่าตั๋วรถไฟจะอยู่ที่ประมาณ 1,500 เยน (ประมาณ 450 บาท) การเดินทางโดยรถรางจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 200 เยน (ประมาณ 60 บาท) ต่อเที่ยว

เมื่อมาถึงปราสาทฮิโรชิมะ คุณจะพบกับสวนสาธารณะรอบๆ ที่มีความสวยงามและร่มรื่น เหมาะแก่การเดินเล่นถ่ายรูป นอกจากนี้ ภายในปราสาทยังมีพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของปราสาทและเมืองฮิโรชิมะ การเข้าชมปราสาทจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 370 เยน (ประมาณ 110 บาท) ซึ่งรวมถึงการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ด้วย

หากคุณต้องการมุมลับที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก แนะนำให้ขึ้นไปที่ชั้นบนสุดของปราสาท ซึ่งคุณจะได้เห็นวิวที่สวยงามของเมืองฮิโรชิมะและแม่น้ำอาซะกุระ นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวด้านนอกที่สามารถมองเห็นดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงได้อย่างชัดเจน

ฤดูกาลที่เหมาะสมในการเยี่ยมชมปราสาทฮิโรชิมะคือฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) โดยในฤดูใบไม้ผลิคุณจะได้พบกับเทศกาลชมดอกซากุระที่มีชื่อเสียง ส่วนในฤดูใบไม้ร่วงคุณจะได้สัมผัสกับความงามของใบไม้เปลี่ยนสี การเดินทางมาในช่วงนี้จะทำให้คุณได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมปราสาทฮิโรชิมะ

การวางแผนทริปไปยังปราสาทฮิโรชิมะนั้นไม่ซับซ้อน คุณสามารถใช้เวลาทั้งวันในการสำรวจปราสาทและพื้นที่รอบๆ รวมถึงร้านอาหารและคาเฟ่ในบริเวณใกล้เคียง ที่นี่มีอาหารญี่ปุ่นที่หลากหลายให้คุณได้ลิ้มลอง เช่น “ฮิโรชิมะ โอโคโนมิยากิ” ที่เป็นอาหารขึ้นชื่อของเมืองนี้ อย่าลืมวางแผนล่วงหน้าเพื่อให้คุณสามารถใช้เวลาชมสถานที่ต่างๆ ได้อย่างเต็มที่

ที่มา: TongJourney Editorial

#ท่องเที่ยว #เอเชีย #คู่มือเที่ยว