
วัดคิงกะกุจิ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Golden Pavilion” เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดในเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ด้วยความงามของอาคารที่ถูกตกแต่งด้วยทองคำและตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม ทำให้วัดนี้เป็นจุดหมายที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนญี่ปุ่น
สำหรับคนไทยที่วางแผนจะไปเยือนวัดคิงกะกุจิ การเดินทางเข้าเกียวโตสามารถทำได้โดยการบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปยังสนามบินคันไซ (Kansai International Airport) แล้วใช้รถไฟ JR Haruka Express เข้าสู่สถานีเกียวโต การเดินทางใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที จากนั้นสามารถนั่งรถบัสหรือแท็กซี่ไปยังวัดคิงกะกุจิได้ โดยรถบัสจะมีบริการที่สะดวกสบายและราคาไม่แพง
วัดคิงกะกุจิเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 น. ถึง 17.00 น. ค่าบัตรเข้าชมอยู่ที่ประมาณ 400 เยน ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับความสวยงามและประวัติศาสตร์ของวัด นอกจากนี้ยังมีมุมลับที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวรู้จัก โดยเฉพาะในช่วงเช้าและบ่ายที่คนไม่มาก จะทำให้คุณสามารถถ่ายภาพได้อย่างสวยงามและสงบเงียบ
ฤดูกาลที่เหมาะแก่การเยี่ยมชมวัดคิงกะกุจิคือช่วงฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคมถึงพฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายนถึงพฤศจิกายน) ในช่วงนี้คุณจะได้สัมผัสกับความงามของดอกไม้และใบไม้ที่เปลี่ยนสี ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก มุมลับที่แนะนำคือบริเวณรอบๆ สระน้ำที่เรียกว่า “Kyoko-chi” ซึ่งจะมีการสะท้อนภาพของวัดคิงกะกุจิในน้ำ ทำให้ได้ภาพที่สวยงามมาก
สำหรับงบประมาณการเดินทาง ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 25,000 บาท ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและช่วงเวลาที่จอง ส่วนค่าที่พักในเกียวโตสามารถเลือกได้ตั้งแต่โฮสเทลราคาประหยัดไปจนถึงโรงแรมหรู โดยราคาเริ่มต้นประมาณ 1,500 บาทต่อคืน นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในการทานอาหารและเข้าชมสถานที่ต่างๆ ควรวางแผนงบประมาณไว้ประมาณ 3,000 – 5,000 บาทต่อวัน เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางและใช้ชีวิตในญี่ปุ่น
การเตรียมตัวสำหรับการเดินทางไปญี่ปุ่นนั้น สัญชาติไทยต้องมีวีซ่าในการเข้าประเทศ ซึ่งสามารถขอได้ที่สถานทูตญี่ปุ่นในประเทศไทย นอกจากนี้ควรตรวจสอบสภาพอากาศและเตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับฤดูกาลที่ไปเยือน เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น
โดยรวมแล้ว วัดคิงกะกุจิเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเกียวโต สัมผัสความงามและประวัติศาสตร์ของวัดนี้ได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะมุมลับที่ช่วยเพิ่มความพิเศษในการเดินทางของคุณ
ที่มา: TongJourney Editorial
#ท่องเที่ยว #เอเชีย #คู่มือเที่ยว