ซากุระญี่ปุ่นและเบ็อตกคอทเกาหลี: สิ่งที่ดอกไม้สอนเรา
Photo: etsumi / Pexels

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของทุกปี ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้จะถูกปกคลุมไปด้วยความงดงามของดอกซากุระและเบ็อตกคอท ซึ่งทั้งสองดอกนี้มีลักษณะภายนอกที่คล้ายคลึงกัน แต่กลับมีความหมายและประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างมาก ดอกซากุระ (Sakura) ในญี่ปุ่นไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ผลิ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความงามที่เปราะบางและการเปลี่ยนแปลงของชีวิต ในขณะที่เบ็อตกคอท (Beotkkot) ของเกาหลีมีความหมายที่เชื่อมโยงกับความหวังและความสุข

ในญี่ปุ่น การชมดอกซากุระเป็นประเพณีที่มีมานาน ซึ่งเรียกว่า ‘ฮานามิ’ (Hanami) ที่ผู้คนจะออกมานั่งใต้ต้นซากุระเพื่อชมความงามของดอกไม้และใช้เวลาร่วมกับครอบครัวและเพื่อนฝูง การจัดกิจกรรมฮานามิไม่เพียงแต่ทำให้ผู้คนได้สัมผัสกับความงามของธรรมชาติ แต่ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างคนในสังคมอีกด้วย นอกจากนี้ ดอกซากุระยังเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นใหม่และการเติบโต ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้คนรู้สึกถึงความหวังและความสุขในช่วงเวลานี้

ในทางกลับกัน เบ็อตกคอทในเกาหลีเป็นดอกไม้ที่มีความหมายเกี่ยวกับความหวังและความสุข โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่างๆ ซึ่งผู้คนจะมารวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองความงามของดอกไม้และสร้างความทรงจำที่ดีร่วมกัน การชมเบ็อตกคอทนั้นมักจะมีการจัดงานเทศกาลที่มีการแสดงดนตรีและกิจกรรมต่างๆ ที่ทำให้ผู้คนได้มีส่วนร่วมและสร้างความสนุกสนานในช่วงเวลานี้

การเดินทางไปยังญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะต้องมีการวางแผนล่วงหน้า เนื่องจากเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก การขอวีซ่าสำหรับคนไทยนั้นไม่ยุ่งยาก โดยสามารถขอวีซ่าท่องเที่ยวได้ที่สถานทูตญี่ปุ่นในประเทศไทย ซึ่งจะต้องเตรียมเอกสาร เช่น หนังสือเดินทาง รูปถ่าย และเอกสารการเงิน นอกจากนี้ การเดินทางภายในญี่ปุ่นสามารถใช้บริการรถไฟชินกันเซน (Shinkansen) ที่สะดวกและรวดเร็ว หรือจะเลือกใช้บริการรถบัสและรถไฟท้องถิ่นก็ได้

สำหรับงบประมาณในการเดินทางไปญี่ปุ่นนั้น ขึ้นอยู่กับการเลือกที่พักและกิจกรรมที่ทำ โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ประมาณ 3,000 – 5,000 บาท รวมค่าอาหาร ที่พัก และการเดินทางภายในเมือง สำหรับการชมดอกซากุระนั้น สามารถหาสถานที่ที่มีชื่อเสียง เช่น สวนสาธารณะอุเอโนะ (Ueno Park) หรือสวนสาธารณะชินจูกุ (Shinjuku Gyoen) ซึ่งมีต้นซากุระให้ชมมากมาย

การเดินทางไปเกาหลีใต้ในช่วงเดียวกันก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน โดยเฉพาะการชมเบ็อตกคอทที่สวนสาธารณะต่างๆ ในกรุงโซล เช่น สวนสาธารณะยออีโด (Yeouido Park) ที่มีการจัดเทศกาลชมเบ็อตกคอทในช่วงฤดูใบไม้ผลิ สำหรับการขอวีซ่าท่องเที่ยวเกาหลีใต้สำหรับคนไทยก็สามารถทำได้ที่สถานทูตเกาหลีในประเทศไทยเช่นกัน โดยมีเอกสารที่ต้องเตรียมคล้ายกับการขอวีซ่าญี่ปุ่น

โดยรวมแล้ว การเดินทางไปญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิเป็นโอกาสที่ดีในการสัมผัสกับวัฒนธรรมและประเพณีที่แตกต่างกัน ผ่านการชมดอกไม้ที่สวยงามและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ที่สร้างความทรงจำที่ดีให้กับผู้เดินทาง


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

บทความนี้สรุปและเขียนใหม่โดยทีมบรรณาธิการ อ้างอิงจาก Luke Chritchlow ตามลิงก์ต้นฉบับด้านล่าง

อ่านต้นฉบับ: Korean’s Beotkkot, Japan’s Sakura: what cherry blossom teaches us

#ซากุระ #เบ็อตกคอท #ฤดูใบไม้ผลิ #วัฒนธรรมญี่ปุ่น #วัฒนธรรมเกาหลี